ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/SuzukiCiazClub/
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้

ผู้เขียน หัวข้อ: รถกระตุกเกิดจากอะไร  (อ่าน 67 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ tawann8

  • สมาชิก 20 ไมล์
  • ***
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 3525
  • กระทู้: 26
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อาม
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รถกระตุกเกิดจากอะไร
« เมื่อ: 24 ก.พ. 2021, 16:41:02 »
 Share 
อาการบางอย่างของรถบอกว่ามีความผิดปกติของเครื่องยนต์แล้ว เราไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจนำไปสู่การความเสียหายเครื่องยนต์ที่มากขึ้น หรืออาจทำให้เครื่องยนต์ดับระหว่างเดินทางได้ อาการกระตุกของรถเหมือนจะดับ บางครั้งกระตุกตอนออกรถบ้าง หรือวิ่งไปอยู่ดีพอชะลอรถรถก็กระตุก เกิดจากอะไร วันนี้มีข้อมูลมาแนะนำกันดังนี้

ปัญหาที่รถพบอาการรถกระตุกเมื่อสตาร์ทหรือขณะขับรถ อาจเกิดจากสาเหตุดังนี้

1. เกิดจากไส้กรองอากาศสกปรก
เครื่องยนต์กระตุกอาจเกิดจากไส้กรองอากาศ ที่มีสิ่งสกปรกอยู่มากเกินไป หรือมีฝุ่นจับตัวกันอย่างหนาแน่น ทำให้อากาศไม่สามารถข้าไปที่ห้องเผาไหม้ได้  ส่งผลทำให้ เครื่องยนต์กระตุก และเครื่องยนต์สั่นได้เช่นกัน
วิธีแก้ไข คือ เป่าไล่ฝุ่นออกสำหรับไส้กรองอากาศ ที่มีความสกปรกน้อย แต่ถ้าสกปรกมากแนะนำให้เปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ดีที่สุด
การปล่อยให้ไส้กรองอากาศ จนฝุ่นเข้าจับตัวกันอย่างหนาแน่น ก็จะส่งผลทำให้เกิด เครื่องยนต์กระตุก ท่อไอเสียเป็นสีดำ แถมยังกินน้ำมันได้ อีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปอายุการใช้งานของ ไส้กรองอากาศ ควรจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 10,000 กิโลเมตร

2.  เกิดจากบริเวณจุดหัวเทียนหลวม
ทำให้เกิดกระแสไฟไม่สม่ำเสมอได้ จนหัวเทียนไม่มีไฟไปจุดระเบิดในแต่ละรอบของลูกสูบนั่นเอง แก้ไขโดยการถอด-เสียบต่อใหม่, ขยับปลั๊กให้แน่น จานจ่ายไฟเช็คเหมือนกับตรงจุดหัวเทียน แต่ถ้าลองแล้วรู้สึกไม่แน่นและปลายสายเป็นโลหะให้ใช้คีมบีบเพื่อให้ตัวโลหะล็อคแน่นขึ้น

3. เกิดจากหัวเทียนบอด
ควรเปลี่ยนหัวเทียนใหม่  หากเช็คเรื่องสายไฟที่หัวเทียนแล้วยังมีอาการอยู่อาจจะเกิดจากหัวเทียนบอดหรือเสียก็ได้ วิธีสังเกตหัวเทียนว่าทำงานหรือไม่ ให้ใช้มืออังใกล้ๆ หัวเทียนหลังจากดับเครื่อง หากรู้สึกอุ่นหรือร้อนแสดงว่าหัวเทียนยังทำงานอยู่ ถ้าเย็น หัวเทียน อาจจะบอดหรือเสียแล้ว ควรเปลี่ยน หรือจะใช้วิธีตรวจการทำงานหัวเทียนด้วยการสัมผัสแรงสั่นสะเทือนจากสายไฟใกล้กับหัวเทียนแต่ละอันก็ได้ แต่ควรจะใช้อุปกรณ์แตะเพื่อรับแรงสั่นเช่น ไขควง หรือแท่งที่สามารถยื่นไปแตะได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน

4. เกิดจากวาล์ว ลิ้นปี่ล่าง สกปรก
ควรทำการล้างปีกผีเสื้อ ว่าอาการกระตุกจะหายหรือไม่

5. เกิดจากน้ำมันไม่ได้คุณภาพ 
น้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพจากน้ำมันผสมน้ำ หรือมีตะกอนอยู่ ลองปล่อยให้น้ำมันของเก่าหมดถังค่อยเติมใหม่  ให้ทดลองเปลี่ยนปั๊มน้ำมัน ว่าอาการกระตุกจะหายไหม

6. เกิดจากเครื่องยนต์ทำงานขัดข้องหรือถังน้ำมันรั่ว
ทำให้มีอากาศเข้าไปในตัวถังจนเกิดการเผาไหม้ไม่สม่ำเสมอ  ควรนำรถไปตรวจสอบสภาพทันที

กรณีประสบปัญหาเพลิงไหม้รถยนต์
ผู้ขับขี่ควรตั้งสติ แล้วรีบนำรถจอดข้างทางทันทีและดับเครื่องยนต์ เพื่อตัดระบบไฟฟ้าทันที แต่หากเป็นรถที่ใช้ระบบก๊าซ ต้องรีบปิดวาล์วถังทันที แต่หากเกิดเพลิงไหม้เพียงเล็กน้อย ให้เจ้าของรถยนต์นำผ้าแห้งหรือผ้าที่เปียกน้ำหรือทรายมาโปะ หรือตบบริเวณที่เกิดไฟไหม้ หรือเจาะปากขวดน้ำที่มีน้ำเป็นรูเล็กๆ แล้วฉีดบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ และหากยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ให้รีบหนีออกห่างจากรถที่ เกิดเพลิงไหม้โดยเร็วที่สุด แต่หากเป็นรถที่ใช้ระบบก๊าซควรรีบปิดวาล์วถังก๊าซ หากเป็นวาล์วอัตโนมัติให้เปิดฝากระโปรงแบบแง้มไว้พร้อมดับไฟ

เพิ่มความคุ้มครองให้กับรถยนต์ของท่าน จากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เลือกสินมั่นคงประกันภัย..ประกันรถ ประกันเวลา..วางใจทำประกันรถยนต์กับเรา ด้วยเบี้ยที่ไม่แพง พร้อมบริการที่สะดวก รวดเร็ว สนใจคลิก ประกันรถยนต์

Tags: